ประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนา
บทที่ ๔ - พระพุทธศาสนาในสมัยราชวงศ์คุปตะ
หลังจากการสิ้นพระชนม์ของพระเจ้าอโศกมหาราชแล้ว ความแตกแยกเป็นรัฐเล็กรัฐน้อยก็มีมากขึ้น จนกระทั่งมาถึงประมาณในศตวรรษที่ ๘ พระเจ้าจันทรคุปต์ที่หนึ่ง ได้ทรงอภิเษกกับ เจ้าหญิงแห่งลิจฉวีวงศ์ ทรงตั้งราชวงศ์คุปตะขึ้นในแคว้นมคธ พระโอรสองค์หนึ่งของพระองค์ทรงพระนามว่าสมุทรคุปต์ ได้แผ่จักรวรรดิออกไปทั่วอินเดียภาคเหนือและภาคกลาง ทำให้รัฐต่าง ๆ ในลุ่มแม่น้ำสินธุและคงคา ยอมรับพระเจ้าสมุทรคุปต์ว่าเป็นจักรพรรดิราชผู้ยิ่งใหญ่
พระเจ้าจักรพรรดิองค์นี้ ทรงเป็นผู้ที่เคร่งครัดในศาสนาฮินดู พระองค์ทรงได้รับการยกย่อง ว่าเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ทรงดำรงความยุติธรรม ทรงส่งเสริมวรรณคดีและงานกวี กวีที่มีชื่อเสียงในยุคนี้ก็คือ กาลิทาส ได้แต่งหนังสือที่มีชื่อเสียงอยู่หลายเรื่อง เช่น รฆุวงศ์ เมฆทูต เป็นต้น และยุคนี้ ก็เป็นยุคที่วรรณคดีภาษาสันตกฤตได้รับการฟื้นฟูขึ้นเป็นอย่างมาก ปรับปรุงให้เป็นภาษามาตรฐาน เป็นแบบฉบับที่สมบูรณ์ในรัชสมัยของราชวงศ์คุปตะนี้เอง ศาสนาพราหมณ์ได้มีการปฏิรูปศาสนากันอย่างยิ่งใหญ่ พวกพราหมณ์ได้แต่งคัมภีร์ขึ้นมาคัมภีร์หนึ่งให้ชื่อว่า "ปุราณะ" เพื่อจะเอาชนะพระพุทธศาสนาโดยได้ใช้กลวิธีเฉโกฉลาดแกมโกงสร้างระบบลัทธิอวตารขึ้นมา โดยนำพระพุทธเจ้ามาเป็นอวตารปางหนึ่งของพระวิษณุ พระพุทธองค์ถูกจัดให้อยู่ในอวตารปางที่ ๙ คือพุทธาวตารในบรรดาการอวตารปางสำคัญ ๑๐ ปาง เพื่อผนวกกลืนศาสนาพุทธอย่างฉ้อฉลที่แยบยลที่สุด คือเมื่อพระพุทธเจ้าเป็นอวตารปางหนึ่งของพระวิษณุแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องไปนับถือพระพุทธศาสนานับถือศาสนาฮินดูก็มีผลเท่ากัน
การอวตารปางที่ ๙ ที่พราหมณ์เขียนไว้ในคัมภีร์ปุราณะนั้น ไม่ได้เชิดชูยกย่องหรือให้พระเกียรติพระพุทธเจ้าแต่อย่างใด โดยอธิบายว่า พวกอสูรไปเกิดบนสวรรค์กันมาก แย่งที่อยู่ของเทวดาพราหมณ์ เพราะฉะนั้น พระวิษณุจึงอวตารลงมาเป็นพระพุทธเจ้า เพื่อสอนธรรมหลอกพวกอสูรไม่ให้ไปเกิดบนสวรรค์ สรุปแล้วชาวพุทธก็กลายเป็นพวกอสูรไป นี่เป็นแผนการณ์ที่ร้ายกาจมากของพวกพราหมณ์ในยุคนั้น