ประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนา
บทที่ ๓ - บ่อเกิดของการสร้างพระพุทธรูป
คนอินเดียที่นับถือพระพุทธศาสนาในสมัยพุทธกาลหรือแม้กระทั่งหลังจากพระพุทธเจ้าปรินิพพานแล้ว การที่จะสร้างรูปเคารพของพระองค์ไว้สักการะบูชาไม่ใคร่จะนิยมสร้างกัน เพราะถือว่าเป็นการล้อเลียนหรือแสดงออกในลักษณะที่ไม่เคารพต่อพระองค์ แต่เมื่อกาลผ่านพ้นไปนานเข้า เมื่อชนชาติกรีกได้กรีธาทัพเข้ามายึดครองอินเดีย และชนชาติกรีกนี้เองก็ได้รับอิทธิพลของพระพุทธศาสนา หันเข้ามานับถือพระพุทธศาสนาเป็นจำนวนมาก ก่อนหน้าจะมานับถือพระพุทธศาสนา พวกกรีกนับถือพวกเทวรูปมาก่อนแล้ว เช่น เทวรูปอะพอลโล วีนัส เป็นต้น ชนชาติกรีกนั้นเป็นชาติที่แกะสลักหินที่เก่งที่สุดของโลก เรียกได้ว่าเป็นเจ้าแห่งศิลปะของการแกะสลัก ดังนั้น กรีกจึงถือว่าเป็นชนชาติแรกของโลกที่สร้าง "พุทธรูป" ขึ้น และพระพุทธรูปองค์แรกก็ถูกสร้างขึ้นที่คันธาระ ก็ด้วยแรงบันดาลใจที่กลับใจมานับถือพระพุทธศาสนาและต้องการสร้างพระพุทธรูปแทนเทวรูปให้ใกล้เคียงเหมือนมนุษย์ที่สุดไว้เป็นเครื่องระลึกถึงพระพุทธคุณต่อไป
พระพุทธรูปรุ่นแรกจึงนิยมเรียกกันว่า "พระพุทธรูปแบบคันธาระ" ดวงพระพักตร์กลม พระนาสิกโด่งอย่างฝรั่ง ส่วนพระวรกายเห็นกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น อย่างชัดเจนภายใต้จีวรบาง ๆ พระพุทธรูปแบบนี้มีการขุดค้นพบมากมายในตอนเหนือของอินเดียและอัฟกานิสถาน ต่อมาจากนั้นอีกไม่นานก็เกิดพุทธศิลป์แบบอินเดียแท้ขึ้นมา เช่น ที่เมืองมถุราและเมืองอมราวดี ที่เมืองอมราวดีนี้ เป็นเมืองสำคัญของรัฐอันธระในอินเดียตอนใต้ พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองมาก ในราวศตวรรษที่ ๗ - ๘ มีการสร้างพระสถูปใหญ่และพระพุทธรูปแบบอินเดียบริสุทธิ์ พระเกสาขมวดเป็นก้นหอย มีพระวรกายลักษณะเหมือนมนุษย์ ไม่เหมือนแบบคันธาระ นับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา การสร้างพระพุทธรูปจึงแพร่หลายไปยังนานาอารยประเทศทั้งหลายในแถบเอเซีย
อย่างไรก็ดี เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ ประวัติศาสตร์ต้องจารึกไว้ว่า พระพุทธรูปหินประทับยืนที่มีอายุถึง ๒,๐๐๐ ปีเศษ สมัยคันธาระที่แกะสลักไว้ที่หน้าผาของเมืองบามิยัน (Town of Bamiyan) เป็นพระพุทธรูปประทับยืนแกะสลักที่สูงที่สุดในโลก เป็นศิลปะที่ล้ำค่าหาที่เปรียบเทียบ มิได้ของชาวพุทธก็ได้ถูกระเบิดทำลายลงโดยกลุ่มผู้นำตาลีบัน (Taleban) ที่มีอำนาจในการปกครองประเทศอัฟกานิสถาน การทำลายประติมากรรมพระพุทธรูปหินซึ่งถือได้ว่าเป็นมรดกโลกครั้งนี้ของตาลีบัน ได้ถูกประณามจากทั่วโลก เป็นที่น่าเศร้าสลดใจอย่างยิ่งสำหรับชาวพุทธทั่วโลก แม้แต่ประเทศที่นับถือศาสนาอิสลามก็ยังไม่เห็นด้วยกับการทำลายครั้งนี้ ประธานาธิบดีของประเทศอิหร่าน มูฮัมหมัด คาตามี (Mohammad Khatami) ก็ร่วมประณามกลุ่มตาลีบันว่าเป็นการกระทำที่ผิดพฤติกรรมของมนุษย์ เราจะเห็นได้ว่าประเทศที่เป็นอิสลามมีจิตใจเป็นธรรมเข้าใจในความเป็นมรดกโลกก็ยังไม่เห็นด้วย แม้ประเทศแถบยุโรปที่นับถือศาสนาคริสต์ก็ประณามในการกระทำของกลุ่มตาลีบันครั้งนี้ทั่วโลก
แต่กลุ่มตาลีบันกลับอ้างว่าเป็นเหมือนการทำลายเศษหินเศษปูนเท่านั้น ไม่ได้มีคุณค่าแต่อย่างใด กลับเป็นความภูมิใจของเขา และพวกเขาต้องการทำประเทศอัฟกานิสถานให้เป็นรัฐอิสลามที่บริสุทธิ์ของโลก ( The World's Purest Islamic State) แต่น่าเสียดายพวกเขาได้ทำลายประวัติศาสตร์อารยธรรมของประเทศตนและมรดกโลกอย่างไม่มีวันจะหวนกลับมาดั่งเดิมอีกต่อไป


พระพุทธรูปแกะสลักหินภูเขาปางประทับยืนที่สูงที่สุดในโลก ในเมืองบามิยัน ประเทศอัฟกานิสถาน ที่ถูกรัฐบาลตาลีบันทำลาย



เสถียร โพธินันทะ, ประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนา , เรื่องเดิม น. ๑๐๙
http://asia.cnn.com/2001/WORLD/asiapcf/central/03/05/ afghanistan.m5/index.htm