ประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนา
บทที่ ๓ - พระเจ้ากนิษกะมหาราช
ตามประวัติศาสตร์อันยาวนาน พระมหากษัตริย์ที่ปกครองดินแดนชมพูทวีป พระเจ้าอโศกมหาราชนับได้ว่าเป็นผู้ที่มีประวัติที่เด่นและดีงามที่สุดในสายตาของชาวพุทธทั่วโลก ต่อจากพระเจ้าอโศกก็คือ พระเจ้ากนิษกะมหาราช อยู่ในราวปลายศตวรรษที่ ๕ พระองค์สืบเชื้อสายมาจากเผ่าอินโดไซเธียน ได้อพยพลงมาสู่ลุ่มแม่น้ำอมูดาเรียในเตอรกีสถานตะวันตก ทำลายอาณาจักรบากเตรีย ซึ่งเป็นอาณาจักรของพวกกรีกลงได้ แล้วแผ่อิทธิพลเข้ามาสู่อัฟกานิสถาน ในตอนนี้พวกอินโดไซเธียนได้รับอารยธรรมของอินเดียทางภาษาไว้เป็นจำนวนมาก เช่น พระนามของพระเจ้า "กนิษกะ" เป็นต้น พระเจ้ากนิษกะทรงยึดแบบการทำงานของพระเจ้าอโศกมหาราชเป็นหลัก พระองค์ทรงขยายอาณาเขตออกกว้างขวางมาก จักรวรรดิของพระองค์เริ่มจากเตอรกีสถานลงมาถึงลุ่มแม่น้ำคงคา พระเจ้ากนิษกะทรงเป็นพุทธมามกะนับถือพระพุทธศาสนา ทรงให้การทำนุบำรุง รักษา ก่อสร้างศาสนสถานขึ้นเป็นอันมาก ทรงอุปถัมภ์บำรุงพระสงฆ์ด้วยดี พระราชกิจประจำเดือนก็คือ การอาราธนาพระเถระในนิกายต่าง ๆ เข้าไปถวายพระธรรมเทศนาในพระราชวัง
แต่เนื่องด้วยรัชสมัยที่พระเจ้ากนิษกะครองราชย์นั้น พระสงฆ์มีความแตกแยกกันทางนิกายมาก พระธรรมเทศนาที่ท่านแสดงบางเรื่องก็ขัดกันเอง ทำให้พระเจ้ากนิษกะมหาราชเกิดความสงสัย จึงได้เรียนปรึกษากับพระปารศวะซึ่งเป็นพระเถระในนิกายสรวาสติวาท คณะสงฆ์ในนิกายสรวาสติวาท จึงขอร้องให้พระองค์ทรงอุปถัมภ์การทำสังคายนา สังคายนาครั้งนี้ทำขึ้นที่กุณฑลวันวิหาร แคว้นกาศมีระ มีภิกษุและบัณฑิตคฤหัสถ์เข้าประชุมร่วมกัน โดยมีพระปารศวะเป็นประธาน และยังมีพระเถระที่สำคัญอีกเช่น พระวสุมิตร พระอัศวโฆส เป็นต้น ที่ประชุมได้ร้อยกรองอรรถกถา พระไตรปิฎก เรียกว่า วิภาษาปิฎก ปิฎกละแสนโศลก รวมสามแสนโศลก
พระเจ้ากนิษกะโปรดให้จารึกพระไตรปิฎกและอรรถกถาเหล่านี้ไว้ในแผ่นทองแดง แล้วบรรจุไว้ในพระสถูปแล้วรักษาไว้มั่นคงเป็นต้นฉบับหลวง และการทำสังคายนาครั้งนี้เป็นการทำสังคายนาของฝ่ายนิกายสรวาสติวาท จึงไม่มีปรากฏในฝ่ายปกรณ์บาลีเลย อันนี้เราก็จะเห็นได้ชัดว่า เป็นความขัดแย้งกันทางด้านความคิดไม่ต้องการที่จะเชิดชูฝ่ายตรงกันข้ามกับนิกายที่ตนเองนับถือนั่นเอง ด้วยราชานุภาพของพระเจ้ากนิษกะพระพุทธศาสนาจึงแพร่หลายไปสู่ประเทศต่าง ๆ ทางฝ่ายเหนือของอินเดีย รวมทั้งประเทศจีนก็พลอยได้รับเอาพระพุทธศาสนาไปในตอนนี้ด้วย