ประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนา
บทที่ ๓ - พระเจ้าอโศกมหาราชกับพระพุทธศาสนา
พระเจ้าพินทุสารมีพระราชโอรสเป็นจำนวนมาก พระโอรสพระองค์ใหญ่คือสุสิมะ พระราชโอรสที่สำคัญอีกพระองค์หนึ่งคือ "พระเจ้าอโศกมหาราช" ซึ่งเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนา พระนามของพระเจ้าอโศกในศิลาจารึกเรียกว่า "เทวานัมปิยทัสสี" แปลว่า กษัตริย์ผู้เป็นที่รักใคร่ของเทพเจ้า พระองค์ได้แผ่แสนยานุภาพครอบงำตั้งแต่เทือกภูเขาหิมาลัย ลงไปถึงปลายแหลมอินเดีย เป็นพระจักรพรรดิองค์แรกของอินเดีย ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในราชสำนักของยุโรป ในชั้นเดิมนั้นพระเจ้าอโศกมหาราชทรงนับถือพวกอาชีวกนอกพระพุทธศาสนาตามพระราชมารดา
มูลเหตุที่ทำให้พระเจ้าอโศกมหาราชทรงมานับถือพระพุทธศาสนา เป็นเหตุการณ์หลังจากที่ทรงเสวยราชย์แล้ว ๘ ปี เมื่อพระองค์กรีธากองทัพไปบุกรุกราชอาณาจักรโอริสา คือแคว้นกาลิงคะ ซึ่งมีนครหลวงชื่อว่า ทันตะปุระ ในสมรภูมิครั้งนี้ ประชาชนชาวโอริสาถูกฆ่าตายไปต่อหน้าพระพักตร์กว่าแสนคน ได้สร้างความสะเทือนใจอย่างหนักแก่พระเจ้าจักรพรรดิองค์นี้ พระองค์ได้กล่าวความรู้สึกของพระองค์ไว้ในศิลาจารึกตอนหนึ่งว่า
"ในสงครามกาลิงคะคราวนี้ ข้าได้เห็นคนจำนวนมากกว่าแสนถูกประหารชีวิต คนเหล่านี้ ไม่ใช่ทหาร หลังจากนั้นข้าก็รู้สึกเสียใจต่อการกระทำครั้งนี้ ข้าเริ่มมุ่งหาธรรมะ เริ่มฝักใฝ่ในธรรม เพราะข้าประจักษ์แล้วว่า ชัยชนะอันสูงสุดนั้นมิได้เกิดจากแสนยานุภาพใด ๆ แต่ต้องเป็นชัยชนะโดยธรรม ซึ่งจะเผล็ดผลคือความสุขทั้งในโลกนี้และโลกหน้า จึงขอประกาศแก่บรรดาบุตรหลานของข้าว่า จงทำแต่ธรรมวิชัย อย่าทำยุทธวิชัยเลย"
พระเจ้าอโศกได้พิจารณาลัทธิศาสนาต่าง ๆ ในอินเดียอย่างรอบคอบ ในที่สุดก็ทรงตัดสินพระทัยเลือกพระพุทธศาสนา พระคณาจารย์สองรูปในพระพุทธศาสนาได้เป็นผู้สอนธรรมแด่พระองค์ องค์หนึ่งคือพระอุปคุปต์เถระเป็นภิกษุในนิกายสรวาสติวาท อีกองค์หนึ่งคือ พระโมคคัลลีบุตรติสสเถระเป็นภิกษุในนิกายเถรวาท พระเจ้าอโศกได้ทรงนำหลักธรรมในพระพุทธศาสนาไปประยุกต์ใช้ในการปกครอง เรื่องราวต่าง ๆ มีปรากฏในหลักศิลาจารึกของพระองค์มากมาย เราสามารถสรุป ชีวประวัติของพระองค์ได้ดังนี้
ทรงเริ่มขบวนการธรรมยาตรา โดยเสด็จเป็นตัวอย่างและมีคำกล่าวในหลักศิลาจารึกว่า "แต่ก่อนนี้ราษฎรทั้งหลาย จะได้ยินเสียงแต่ยุทธเภรี เสียงช้าง เสียงม้า เสียงโล่ห์ ศาสตราวุธกระทบกัน ครั้นมาบัดนี้ ราษฎรทั้งหลายจักได้ยินแต่เสียงธรรมเภรีแทน มีแต่เสียงเชิญชวนไปฟังธรรม เสียงเชิญชวนให้ไปปฏิบัติธรรม ส่วนตัวของข้าเอง แต่ก่อนนี้มีแต่เสด็จเพื่อยุทธวิชัย หรือไม่เช่นนั้นก็เป็นการประพาสล่าสัตว์ ครั้นมาบัดนี้ ข้าเสด็จไปเพื่อธรรมวิชัย และการประพาสของข้าก็คือการเที่ยวถวายสักการะปูชนียสถานต่าง ๆ เยี่ยมเยือนสมณพราหมณ์ตามวัดต่าง ๆ หรือสนทนาธรรมกับสมณพราหมณ์เหล่านั้น"
ทรงประกาศห้ามฆ่าสัตว์ ทรงสร้างโรงพยาบาลสำหรับคนและสัตว์ โรงพยาบาลสัตว์จึงนับได้ว่าเป็นแห่งแรกของโลก ทรงดำเนินงานด้านสังคมสงเคราะห์คือ สร้างโรงเลี้ยง คนทุพพลภาพ คนชรา เด็กอนาถา ทรงขุดบ่อสาธารณะทุกหนแห่งทั่วประเทศ ทรงปลูกต้นยาสมุนไพรให้เป็นทานแก่คนและสัตว์ทั่วประเทศ
ทรงตั้งเจ้าหน้าที่กวดขันการปฏิบัติธรรม เรียกว่าธรรมมหาอำมาตย์ มีเจ้าหน้าที่ตรวจสอบความประพฤติของข้าราชการ และชักชวนประชาชนให้มุ่งปฏิบัติธรรม ข้าราชการปฏิบัติธรรมดีก็ทรงประทานรางวัลให้ ธรรมมหาอำมาตย์เหล่านี้มีอยู่ประจำอยู่ทุกเมืองทุกแคว้นขึ้นตรงต่อพระองค์ ตรัสสั่งให้ไปประกาศแก่ชาวชนบทว่า ราษฎรทั้งหลายเป็นลูกของข้า ธรรมดาพ่อย่อมมีความปรารถนาดีในลูกของตนฉันใด ข้าก็มีความปรารถนาให้ราษฎรทั้งหลายมีความสุขทั้งในภพนี้ ภพหน้า เพราะฉะนั้น ข้าราชการทั้งหลายอย่าโกงราษฎรซึ่งเท่ากับโกงลูกของข้าด้วย
ทรงดำเนินงานพระธรรมทูต ภายใต้การแนะนำของพระโมคคัลลีบุตรติสสเถระ พระองค์ได้ส่งคณะธรรมทูตออกไปประดิษฐานพระพุทธศาสนาในทิศต่าง ๆ ทั้งในอินเดียและต่างประเทศ ก่อนหน้ารัชสมัยของพระองค์นั้น พระพุทธศาสนามีแพร่หลายเพียงในเขตลุ่มแม่น้ำคงคาและยมุนาเท่านั้น แต่ถึงสมัยพระองค์กลายเป็นศาสนาที่แพร่หลายไปทั่วอินเดียและในต่างประเทศอีกด้วย โดยเฉพาะต่างประเทศได้ส่งพระธรรมทูตไปถึงอัฟกานิสถาน ซีเรีย อียิปต์ และประเทศกรีกในยุโรป ฝรั่งชาติแรกที่นับถือพระพุทธศาสนาคือฝรั่งชาติกรีก และพระอรหันต์องค์แรกชื่อว่า พระโยนกธรรมรักขิต