ประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนา
บทที่ ๓ - พุทธปรินิพพาน
ข้อน่าฉงนในการทำสังคายนาครั้งที่ ๓
การสังคายนาครั้งที่ ๓ เป็นการกระทำของฝ่ายสายเถรวาทฝ่ายเดียว ฝ่ายที่แตกแยกออกไป ๑๘ นิกายไม่ได้มีส่วนในการเข้าร่วมการสังคายนาด้วย มีประเด็นที่น่าพิจารณาหลายอย่างก็คือ ข้ออ้างที่ว่าเดียรถีร์ปลอมเข้ามาบวชในพระพุทธศาสนานั้นไม่น่าจะมากมายถึงขนาดนั้น ตามประวัติว่าพวกนักบวชนอกศาสนาเหล่านั้นหวังลาภสักกการะในพระพุทธศาสนาก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะในสมัยของพระเจ้าอโศกนั้น พระองค์ก็ทรงอุปถัมภ์ทุกลัทธินิกายศาสนา ดังมีคำกล่าวของพระเจ้าอโศกตอนหนึ่งบนศิลาจารึกว่า
"คนเรานั้นไม่ควรจะยกย่องแต่ศาสนาของตนฝ่ายเดียว หรือตำหนิติเตียนศาสนาของชนพวกอื่น แต่ควรจะยกย่องศาสนาของชนเหล่าอื่นด้วยเหตุผลอย่างใดอย่างหนึ่ง เมื่อกระทำได้อย่างนั้น บุคคลชื่อว่าช่วยเหลือศาสนาของตนให้เจริญก้าวหน้า และได้ชื่อว่าเอื้อเฟื้อต่อศาสนาของชนเหล่าอื่นอีกด้วย เมื่อกระทำตรงกันข้ามก็ชื่อว่าขุดหลุมฝังศาสนาของตนเอง และยังทำอันตรายต่อศาสนาของชนพวกอื่นอีกด้วย ใครก็ตามที่ยกย่องแต่ศาสนาของตน และตำหนิติเตียนศาสนาของชนเหล่าอื่น โดยมีความจงรักภักดีต่อศาสนาของตนเองด้วยคิดว่าเราจะยกย่องเชิดชูศาสนาของตน ตรงกันข้ามด้วยการกระทำอย่างนั้น เขาชื่อว่าทำร้ายศาสนาของตนมากยิ่งขึ้น ดังนั้น ความปรองดองกันเป็นสิ่งที่ดี ขอให้ทุกคนจงตั้งใจฟัง และเต็มใจที่จะฟังหลักธรรมคำสอนที่คนอื่นสอนด้วย"


What the Buddha taught, Venerable Dr. W . Rahula, press in Bangkok, B.E. 2533 p. 4