ประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนา
บทที่ ๓ - พุทธปรินิพพาน
การสังคายนาครั้งที่ ๓
ตติยสังคายนา : กระทำขึ้นหลังจากพระพุทธเจ้าปรินิพพานแล้ว พ. ศ. ๒๑๘
ประธานฝ่ายสงฆ์ : พระโมคคัลลีบุตรติสสเถระ เป็นประธาน
ผู้เข้าร่วมประชุมสังคายนา : พระอรหันตขีณาสพจำนวน ๑,๐๐๐ องค์
ประธานอุปถัมภ์ : พระเจ้าอโศกมหาราชทรงเป็นองค์อุปถัมภ์
หัวข้อในการประชุม : เรื่อง "เดียรถีย์ปลอมเข้ามาบวชในพระพุทธศาสนา"
สถานที่ประชุมทำสังคายนา : อโศการาม เมืองปาฏลีบุตร
ระยะเวลาในการประชุม : กระทำอยู่ ๙ เดือนจึงสำเร็จ
การทำสังคายนาครั้งที่ ๓ นี้ ก็ทำด้วยสาเหตุใหญ่คือมีพวกเดียรถีย์ปลอมเข้ามาบวชในพระพุทธศาสนาเป็นจำนวนมาก ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าเมื่อถึงคราวสังคายนาครั้งที่ ๓ นี้ รอยร้าวในสังฆมณฑลเริ่มมีมากขึ้น พระเถระในนิกายมหาสังฆิกะก็ไม่ได้เข้าร่วมในการประชุมครั้งนี้ด้วย มีแต่ฝ่ายเถรวาทฝ่ายเดียว ก็เหมือนการสังคายนาครั้งแรก สาเหตุของการสังคายนาครั้งนี้ดังที่กล่าวแล้วว่ามีพวกเดียรถีร์เข้าปลอมบวชปะปนกับพระผู้บริสุทธิ์ พระสงฆ์ไม่ทำสังฆกรรมร่วมกันเป็นเวลาถึง ๗ ปี ต่อมา ความทราบไปถึงพระเจ้าอโศกมหาราช พระองค์ได้รับสั่งให้อำมาตย์คนหนึ่งไปอาราธนาให้พระทำสังฆกรรมร่วมกัน เมื่อพระเหล่านั้นไม่ยินยอม อำมาตย์จึงถือว่าพระสงฆ์ขัดพระบรมราชโองการ จึงตัดคอพระมรณภาพไปหลายองค์ พระติสสเถระซึ่งเป็นพระอนุชาของพระเจ้าอโศกเห็นไม่ได้การจึงรีบเข้าไปขัดขวางไว้ พวกอำมาตย์จึงไม่กล้าฆ่าพระอนุชา
หลังจากนั้น พวกอำมาตย์จึงนำความไปกราบทูลให้พระเจ้าอโศกมหาราชทรงทราบ พระเจ้าอโศกทรงตกพระทัยมาก กลัวว่าบาปกรรมจะตกทอดมาถึงพระองค์ด้วย แม้ว่าอำมาตย์จะทำไปโดย พลการก็ตามที จึงไปเรียนถามพระเถระทั้งหลายปรากฏว่าท่านเหล่านั้นตอบไม่ตรงกัน ในที่สุดได้รับคำแนะนำให้ไปอาราธนาพระโมคคัลลีบุตรติสสเถระให้มาวินิจฉัยให้ พระเถระได้ถวายวินิจฉัยข้อข้องพระทัยว่า เมื่อพระองค์ไม่มีความประสงค์จะให้อำมาตย์ไปฆ่าภิกษุ บาปนั้นจึงไม่มีแก่พระองค์ และให้พระราชาทรงมั่นพระทัยในพระพุทธภาษิตว่า
"เจตนาหํ ภิกฺขเว กมฺมํ วทามิ เจตยิตฺวา กมฺมํ กโรติ กาเยน วาจาย มนสา ดูก่อนภิกษุ ทั้งหลาย เรากล่าวเจตนาว่าเป็นกรรม บุคคลคิดแล้วจึงกระทำกรรมด้วยกาย วาจา ใจ"
หลังจากนั้น พระเจ้าอโศกทรงสบายพระทัยเพราะได้ฟังคำวินิจฉัยของพระเถระแล้ว หลังจากนั้นพระเถระได้ให้พระเจ้าอโศกทรงศึกษาสัจจธรรมทางพระพุทธศาสนา จนสามารถแยกแยะได้ว่าอะไรเป็นคำสอนของพระพุทธศาสนา และอะไรเป็นคำสอนของเจ้าลัทธินอกพระพุทธศาสนา พระเจ้าอโศกมหาราชได้ตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายมาสอบถามด้วยพระองค์เองว่า กึ สมฺมาสมฺพุทฺโธ = พระสัมมาสัมพุทธเจ้ามีปกติตรัสว่าอย่างไร ?
ถ้าพระรูปใดตอบว่า วิภชฺชวาที = มีปกติจำแนก ก็ถือว่าเป็นพระที่แท้จริง ท่านที่ตอบเป็นอย่างอื่นถือว่าเป็นพวกเดียรถีย์ปลอมเข้ามาบวช รับสั่งให้แจกผ้าขาวให้กับพวกเหล่านั้นให้สึกออกไปเสียเป็นจำนวนมาก ในสมันตปาสาทิกาบอกว่ามีถึง ๖๐,๐๐๐ รูป ข้อมูลค่อนข้างมากพอสมควร เมื่อชำระสังฆมณฑลให้หมดจดบริสุทธิ์ได้แล้ว พระเจ้าอโศกมหาราชจึงได้อาราธนาให้พระสงฆ์ทำสังฆกรรมกันตามปกติ


พระไตรปิฎกฉบับภาษาบาลี เล่มที่ ๒๒ สุตฺต. องฺ. (๓) : ปญฺจก-ฉกฺกนิปาตา หน้า ๔๖๔