ประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนา
บทที่ ๒ - กำเนิดพระพุทธศาสนา
พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เป็นหนึ่งในสามศาสนาที่สำคัญ ๆ ของโลก มีแหล่งกำเนิดในดินแดนที่เรียกกันว่า "ชมพูทวีป" ปัจจุบันได้ถูกแบ่งออกไปเป็นหลายประเทศ เช่น อินเดีย ปากีสถาน บังกลาเทศ ภูฏาน และเนปาล
เจ้าชายสิทธัตถะ ทรงถือกำเนิด ณ ดินแดนที่อยู่ทางเหนือของชมพูทวีป ปัจจุบันดินแดน แห่งนั้นอยู่ในเขตแดนประเทศเนปาล ทรงประสูติที่สวนลุมพินีวัน (ปัจจุบันเรียกว่า รุมมินเด เเขวง เปชวาร์) ซึ่งอยู่กึ่งกลางระหว่างกรุงกบิลพัสดุ์กับนครเทวทหะ (ปัจจุบัน กรุงกบิลพัสดุ์อยู่ในประเทศอินเดีย ห่างจากสวนลุมพินีวัน ๑๒ ไมล์ และนครเทวทหะอยู่ในประเทศเนปาล ห่างจากสวนลุมพินีวันประมาณ ๑๒ ไมล์เช่นกัน, ๑ ไมล์เท่ากับ ๑.๖ กม. ) ในวันวิสาขะเพ็ญเดือน ๖ ทรงเป็นพระโอรสของพระเจ้าสุทโธทนะกษัตริย์ผู้ครองนครกบิลพัสดุ์เมืองหลวงของแคว้นสักกะกับพระนางสิริมหามายาราชธิดาของกษัตริย์โกลิยวงศ์ผู้ครองนครเทวทหะ
เมื่อแรกประสูติ มีดาบสคนหนึ่งชื่อว่า อสิตดาบส หรือ กาฬเทวิลดาบส ซึ่งเป็นผู้ที่คุ้นเคยและเป็นที่นับถือของราชตระกูลมาก เมื่อได้ทราบข่าวการประสูติของพระราชกุมาร จึงเข้าไปในพระราชวังเพื่อขอชมพระกุมาร เมื่อท่านได้เห็นพระกุมารมีลักษณะถูกต้องตามปุริสลักษณะที่ดีเลิศ ก็ทราบว่าต่อไปภายหน้าพระกุมารนี้จะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า จึงได้ลุกขึ้นจากที่นั่งคุกเข่าลงถวายอัญชลีแล้วกราบลงที่พระบาทของพระกุมาร และถือว่าเป็นบุญตาของตนเอง แต่เมื่อพิจารณาสังขารเห็นว่าตนเองจะต้องตายเสียก่อนจึงพลาดโอกาสที่จะได้มรรค ผล และนิพพาน มีความเสียดายยิ่งนักถึงกับร้องไห้ บรรดาพระบรมวงศานุวงศ์ได้เห็นดังนั้นจึงพากันพิศวงยิ่งนัก ต่างก็พากันไต่ถามพระดาบส เมื่อได้ทราบความว่าพระกุมารจะต้องเป็นผู้มีเดชานุภาพยิ่งใหญ่ต่อไปในภายหน้า ต่างก็พากันกราบพระกุมาร แม้พระเจ้าสุทโธทนะเองก็ทรงกราบพระกุมารเช่นกัน แล้วอสิตดาบสก็ทูลลากลับ
พิธีขนานพระนาม
พระนางสิริมหามายาสวรรคต
เจ้าชายสิทธัตถะศึกษาศิลปวิทยา
ทรงอภิเษกสมรส
เจ้าชายสิทธัตถะเสด็จออกบรรพชา
เข้าศึกษาในสำนักของดาบส
ทรงบำเพ็ญทุกรกิริยา
ทรงบรรลุอมตธรรม
ทรงดำริที่จะประกาศธรรม
แสดงปฐมเทศนา (The First Sermon)