ประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนา
บทที่ ๒ - กำเนิดพระพุทธศาสนา
ทรงดำริที่จะประกาศธรรม
เมื่อพระองค์ได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว ก็ทรงเสวยวิมุตติสุขตามสถานที่ร่มไม้ต่าง ๆ มีร่มไม้อชปาลนิโครธ เป็นต้น รวมแล้วเป็นเวลา ๔๙ วัน (๗ สัปดาห์) พระองค์ได้ทรงดำริว่า ธรรมที่พระองค์ได้ตรัสรู้นั้นเป็นพระธรรมที่ลึกซึ้ง ยากที่คนธรรมดาจะรู้และเข้าใจปฏิบัติตามแบบพระองค์ได้ ทรงมีพระทัยท้อแท้ไม่คิดจะสอนผู้อื่นอีกต่อไป เเต่เป็นเพราะพระเมตตาคุณ พระกรุณาคุณ ที่มีอยู่ในพระทัยของพระองค์ตลอดเวลา ทรงพิจารณาเห็นความแตกต่างระหว่างบุคคลว่า สัตว์ทั้งหลายนั้นมีระดับสติปัญญาไม่เหมือนกัน และทรงเปรียบหมู่สัตว์ทั้งหลายเหมือนกับดอกบัว ๔ ประเภท คือ
๑. อุคฆฏิตัญญู ได้แก่ บุคคลที่มีสติปัญญาดีเยี่ยม มีกิเลสเบาบาง สามารถสอนให้รู้ได้โดยง่าย เปรียบเหมือนดอกบัวที่พ้นจากน้ำแล้ว พอได้สัมผัสแสงอาทิตย์ส่องก็จะบานในทันที
๒. วิปจิตัญญู ได้แก่ บุคคลที่มีสติปัญญาค่อนข้างดี เมื่อได้รับการอบรมจนมีอุปนิสัยแก่กล้า ก็ย่อมจะสามารถรู้ตามได้ เปรียบเหมือน ดอกบัวที่เสมอน้ำ รอวันจะบานในวันพรุ่งนี้
๓. เนยยะ ได้แก่ บุคคลผู้มีสติปัญญาปานกลาง เมื่อได้ฟังธรรมโดยย่อและโดยพิศดารแล้ว ยังไม่สามารถรู้ได้ในทันที เมื่อได้ฟังพร่ำสอนอยู่เสมอ ๆ จะสามารถบรรลุธรรมนั้นได้ เปรียบเหมือนดอกบัวที่อยู่ใต้น้ำ จักบานในวันถัดไป
๔. ปทปรมะ ได้แก่ บุคคลที่มีปัญญาอ่อน และไม่สนใจใฝ่ศึกษาหาความรู้ แม้จะได้รับการแนะนำทั้งโดยย่อและโดยพิศดารแล้วก็ตาม เปรียบเหมือนกับดอกบัวที่ยังอยู่ในโคลนตม ซึ่งจะเป็นอาหารของปลาและเต่า ไม่อาจจะขึ้นพ้นน้ำได้เลย
หลังจากพระองค์ทรงเปรียบเทียบสัตว์โลกว่า แต่ละคนนั้นมีระดับความรู้และการเรียนรู้ที่แตกต่างกันดังนี้แล้ว พระองค์จึงทรงดำริที่จะแสดงธรรม ครั้งแรกทรงหวนระลึกถึงอาฬารดาบส และอุทกดาบส ซึ่งสองท่านนั้นมีระดับจิตที่สูง กิเลสที่เบาบาง และอีกประการหนึ่งพระองค์ก็เคยไปฝากตัวเป็นศิษย์อยู่กับท่านทั้งสองนี้ด้วย แต่เมื่อทรงทราบด้วยพระญาณว่า ท่านทั้งสองได้เสียชีวิตไปแล้ว
พระองค์จึงทรงพิจารณาหาบุคคลผู้ควรรับฟังพระธรรมเทศนาต่อไป ทรงเห็นว่า ปัญจวัคคีย์ เป็นนักบวชที่เคยอุปัฏฐากพระองค์มาก่อน ทั้งมีกิเลสเบาบาง ควรที่จะได้รับฟังพระธรรมเทศนา แต่ขณะนี้ปัญจวัคคีย์ได้หลบหนีพระองค์ไปอยู่ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เมืองพาราณสี พระองค์จึงตัดสินพระทัยที่จะไปแสดงธรรมแก่ปัญจวัคคีย์


คู่มือการการศึกษา นักธรรมและธรรมศึกษาชั้นตรี, เรื่องเดิม, น. ๕๙