ประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนา
บทที่ ๒ - กำเนิดพระพุทธศาสนา
ทรงอภิเษกสมรส
เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะมีพระชนมายุได้ ๑๖ พรรษา พระราชบิดาตรัสสั่งให้สร้างปราสาทขึ้น ๓ หลังเพื่อเหมาะแก่ฤดูทั้ง ๓ และสมควรจะอภิเษกสมรสได้แล้ว พระเจ้าสุทโธทนะจึงได้จัดให้ทรงอภิเษกสมรสกับเจ้าหญิงยโสธราหรือพิมพา พระราชบุตรีของพระเจ้าสุปปพุทธะกับพระนางอมิตาแห่งโกลิยวงศ์ ผู้ซึ่งเป็นเบญจกัลยาณีผู้มีความงาม ๕ อย่าง คือ
๑. เกสกลฺยาณํ ผมงาม
๒. ฉวิกลฺยาณํ ผิวงาม
๓. มํสกลฺยาณํ เนื้อริมฝีปากงาม
๔. อฏฺฐิกลฺยาณํ กระดูก (ฟัน) งาม
๕. วยกลฺยาณํ วัยงาม (สวยไม่ส่าง)
แล้วก็ให้ประทับอยู่ในปราสาททั้ง ๓ ฤดูอย่างสุขสำราญ พระเจ้าสุทโธทนะได้พยายามสร้างสิ่งอำนวยความสุขทางฆราวาสวิสัยอย่างเต็มที่ เช่น สร้างประสาท ๓ ฤดู โดยให้มีการขับกล่อมประโคมดนตรีทั้งกลางวันและกลางคืน ผู้ขับกล่อมดนตรีเป็นสตรีล้วน และพยายามควบคุมให้เพลิด เพลินอยู่ในพระราชวังเพื่อมิให้ทรงเห็นความทุกข์ยากของประชาชนในภายนอก
แต่จะอย่างไรก็ตาม วันหนึ่งเจ้าชายสิทธัตถะมีพระทัยจะเสด็จประพาสอุทยานจึงรับสั่งให้นายฉันนะมหาดเล็กจัดรถเทียมม้าขับเที่ยวไปในอุทยาน ในขณะที่กำลังทรงเพลิดเพลินอยู่นั้นได้ทอดพระเนตรเห็นเทวทูตทั้ง ๔ ที่เทวดาจำแลงมา คือ เห็นคนแก่ชราที่มีหลังโกง เดินถือไม้เท้าไปในระหว่างทาง ก็ทรงแปลกพระทัยถึงกับตรัสถามฉันนะว่า ชายผู้นี้ทำไมถึงมีรูปร่างผิดกับบุคคลทั่ว ๆ ไป เมื่อทรงทราบว่าเป็นธรรมดาที่ทุกคนต้องชราแก่ไปด้วยกันทั้งนั้น ก็บังเกิดความสังเวชสลดพระทัยเสด็จกลับพระราชวัง
วันต่อมา เมื่อเจ้าชายได้เสด็จประพาสอุทยานอีก ก็ทรงพบคนเจ็บและคนตายในวาระที่สองและที่สาม ก็ทรงถามนายฉันนะเหมือนดังคราวก่อน เมื่อทรงทราบว่าเป็นธรรมดาที่ทุกคนต้องเจ็บ ต้องตาย ก็ทรงสังเวชพระทัยเป็นทวีคูณ แต่ในวาระที่สี่ทรงเห็นบรรพชิตที่นุ่งห่มผ้ากาสาวพัสตร์ มีกิริยาอาการสำรวม น่าเคารพเลื่อมใสยิ่งนัก ก็ทรงถามนายฉันนะอีก เมื่อทรงทราบว่าเป็นบรรพชิต ผู้สงบ ไม่มีอันตราย ทรงพอพระทัย ทำให้เจ้าชายสิทธัตถะมีพระทัยผ่องแผ้วเบิกบาน จึงเสด็จเที่ยวอยู่ในอุทยานตลอดวัน
แต่ในวันนั้นเอง เจ้าหญิงพิมพาได้ประสูติพระโอรส พระเจ้าสุทโธทนะจึงให้มหาดเล็กไปทูลให้เจ้าชายทรงทราบ พระองค์มีพระทัยน้อมไปในบรรพชาจึงออกพระโอษฐ์ว่า ราหุลํ ชาตํ พนฺธนํ ชาตํ ห่วงบังเกิดขึ้นแล้ว เครื่องผูกพันเกิดขึ้นแล้ว แล้วในตอนเย็นพระองค์ก็เสด็จกลับ พระราชวัง