ประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนา
บทที่ ๑ - ทรรศนะของครูทั้ง ๖
๑. ปูรณกัสสปะ
ตามประวัติกล่าวไว้ว่า มีตระกูลหนึ่ง มีทาส ๙๙ คน ทาสคนหนึ่งเกิดมาครบ ๑๐๐ คนพอดี ดังนั้นนายจึงตั้งชื่อทาสคนที่หนึ่งร้อยว่า "ปูรณะ" และนายจะกำชับคนทั้งหลายว่า ปูรณะเป็นทาสที่เป็นมิ่งมงคล อะไรก็ตามที่ปูรณะทำ ไม่ว่าจะทำดี หรือทำชั่ว การงานที่ทำแล้ว หรือยังไม่ทำ ห้ามกล่าวโทษปูรณะ
อยู่มาวันหนึ่ง ปูรณะคิดว่า ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะอยู่เป็นทาสจึงได้หลบหนีออกไป ขณะที่หนีออกไปได้ถูกโจรชิงผ้า เขาจึงไม่รู้แม้กระทั่งจะหาอะไรมาปกปิดร่างกายตัวเอง ก็เลยเป็นผู้เปลือยกายเดินไปตามที่ต่าง ๆ บังเอิญมีมนุษย์กลุ่มหนึ่ง สำคัญว่า บุรุษคนนี้ต้องเป็นสมณะ เป็นพระอรหันต์ มีความมักน้อย สันโดษ จึงให้ข้าวน้ำ เนื้อ นมขนมนมเนย เป็นต้น
ปูรณะคิดว่า ข้าวปลาอาหาร เนื้อนม ขนมนมเนย ที่คนทั้งหลายนำมาให้ คงเป็นเพราะสาเหตุที่เราไม่นุ่งผ้า และตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา เขาก็ไม่นุ่งผ้าอีกต่อไป ถึงแม้ว่าจะมีผ้านุ่งก็ตาม ถือว่าตัวเองเป็นนักบวชผู้หนึ่ง และยังมีผู้คนอีกประมาณ ๕๐๐ คน พากันบวชในสำนักของเขา
ปูรณกัสสปะเป็นพวก อกิริยวาที คือสอนว่า "บุญ บาป" ไม่มี การกระทำทุกอย่างที่ทำไปแล้วไม่ว่าจะทำดีหรือทำชั่ว ก็ถือว่าไม่เป็นการกระทำ แม้การทรมานอินทรีย์ การสำรวมศีล การกล่าวคำสัตย์ ก็ไม่ก่อให้เกิดบุญอะไร และผลบุญก็ไม่ถึงแก่ผู้กระทำเช่นนั้น การฆ่าสัตว์ ลักทัพย์ เป็นต้น ไม่เป็นบาปอะไร เมื่อจบสิ้นแล้วก็แล้วกันไป ไม่มีผลย้อนกลับตอบสนองในภายหลังอย่างไรทั้งสิ้น


มงคลทีปนี, ทุติโย ภาโค, ภาค ๒ โรงพิมพ์มหามกุฏราชวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร